เตือนสาเหตุการระบาดของแมลงอยู่ที่สารเคมี

นักวิชาการด้านกีฏวิทยาและสาธารณสุขเตือนสังคม ภัยร้ายจากยาฆ่าแมลงบางชนิดยิ่งทำให้พืชผลเกษตรเสียหายจากแมลงศัตรูพืชระบาด ข้อมูลรัฐเข้าไม่ถึงและเกษตรกรยังฟังคำโฆษณาและคำแนะนำร้านขายยา  วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการก่อนวิกฤตด้านความปลอดภัยอาหารซ้ำเติมผู้บริโภค

ดร. สังวาล สมบูรณ์ อาจารย์ด้านกีฏวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และหนึ่งในนักวิชาการเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไทยแพน) กล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า สังคมยังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับสารเคมีฆ่าแมลงอยู่มาก สารเคมีเหล่านี้มีความเป็นอันตรายต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและชีวิตมนุษย์ ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช และต้องใช้อย่างระมัดระวัง  อีกทั้ง การพึ่งพาสารเคมีฆ่าแมลงมากเกินไปยังอาจก่อให้เกิดการดื้อยาและการระบาดของแมลงตามมา

“กรณีที่ชัดที่สุดคือการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว ที่จะมีช่วงระบาดของมันทุกๆ 10 ปี แต่ช่วงหลังมานี้มันรุนแรงมากขึ้นและระบาดถี่ขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น การปลูกข้าวพันธุ์ซ้ำๆ 3-4 รอบในหนึ่งปี วิธีการปลูกแบบหว่านที่ต้องใช้เมล็ดข้าวเยอะและปุ๋ยเคมีเยอะ รวมถึงการใช้ยาฆ่าแมลงหลายชนิดปนกันในอัตราสูง เพราะเมื่อเกษตรกรเห็นว่าเริ่มมีการระบาดก็เริ่มใช้สารเคมีที่มากขึ้น เข้มข้นขึ้น แต่การใช้สารเคมีแบบนี้ยิ่งทำให้กลไกการรักษาสมดุลในธรรมชาติเสียหาย ตัวห้ำตัวเบียนก็ไม่เหลือ แต่เพลี้ยที่มีวงจรชีวิตสั้นกว่าจะสามารถพัฒนาความต้านทานสารเคมีได้ก่อนและเกิดการระบาดอย่างรุนแรงในที่สุด” ดร.สังวาล กล่าว

ดร.สุภาพร ใจการุณ อาจารย์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กล่าวเสริมว่า กรมการข้าวมีข้อมูลชัดเจนว่าสารเคมีชนิดใดไม่ควรใช้เพราะจะทำให้ยิ่งเกิดการระบาด แต่ข้อมูลเหล่านี้ไปไม่ถึงเกษตรกร เพราะต้องอาศัยเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นตัวกลางซึ่งมีข้อจำกัดด้านบุคลากร เกษตรกรจึงพึ่งคำโฆษณาและคำแนะนำของร้านค้าและเซลล์ขายสารเคมีเป็นหลัก

“ปัญหาที่สำคัญคือ การโฆษณาสารเคมีส่วนใหญ่เน้นการใช้คำว่า “ตายสนิทและเฉียบพลัน” แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะตายกันแน่ ทั้งแมลง ทั้งคนฉีด เผลอๆ อาจปนเปื้อนในอาหาร คนกินและลูกหลานของเราก็อยู่ในความเสี่ยง จริงๆ แล้วกรมการข้าวมีข้อมูลและก็เห็นความพยายามว่าจะแคมเปญไม่ให้ใช้สารเคมีเลยหากมีการระบาดรุนแรง เพราะยิ่งฉีดก็ยิ่งระบาด แต่การสื่อสารข้อมูลเหล่านี้ก็ยังติดอยู่หลายด้าน อีกทั้งการควบคุมสารเคมีตั้งแต่ต้นทางก็มีปัญหา เช่น สารเคมีตัวที่กำลังเฝ้าระวังและผลักดันไม่ให้ขึ้นทะเบียน คือ คาร์โบฟูราน เมโทมิล ไดโครโตฟอส และอีพีเอ็น นั้น นอกเหนือจากความอันตรายร้ายแรงด้านอื่นๆ สองตัวแรกมีข้อมูลว่า ยิ่งทำให้ศัตรูข้าวระบาด แต่ก็เป็นนโยบายของบริษัทว่าผลกำไรต้องมาก่อน หากรัฐยอมให้ขึ้นทะเบียนสารต้องห้ามเหล่านี้ เราจะจัดการปัญหาที่ตามมาอย่างไร ใครจะเป็นคนรับกรรมต่อ ถ้าไม่ใช่เกษตรกรและผู้บริโภค”   ดร.สุภาพร  กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา: 
http://www.